วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2553

รถเสียช่วยฟรี กด 1137

รถเสียช่วยฟรี กด 1137
บอกต่อๆกัน - เผื่อไว้ฉุกเฉินยามค่ำคืน
ผู้ใช้รถ หรือผู้ที่ไม่ได้ใช้รถส่วนตัว จะไปบอกต่อกันก็ได้ ช่วยกันบอกต่อๆ ไป รถ
เสียช่วยฟรี
กด 1137
ชาวกรุงซึ้งน้ำใจรถเสียช่วยฟรี 24 ชม.
รถเสียกลางกรุงไม่ต้องตกใจ กด 1137
เรียกใช้บริการช่างซ่อมอาสาได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ตามโครงการ
ช่วยป้องกันทั้งโจรในคราบพลเมืองดีและภัยสุภาพสตรีที่รถเกิดเสียกลางทาง
คนยังเรียกใช้น้อย เพราะส่วนใหญ่ยังไม่ รู้จัก วอนรัฐช่วยส่งเสริมสนับสนุน ขณะที่
ผู้คนในสังคมต่างดิ้นรนเอาตัวรอด
ส่งผลให้ผู้คนเห็นแก่ตัวมากขึ้นเสีย สละต่อผู้อื่นน้อยลง และไม่อยากไปยุ่งเกี่ยว
เรื่องของคนอื่น
แต่ก็ยังมีผู้คนจำนวนหนึ่งแม้จะไม่มากนัก
แต่ก็พร้อมจะทำงานที่เสียสละช่วยเหลือคนอื่น โดยไม่มุ่งหวังสิ่งตอบแทน อย่าง
กลุ่มคนใน
โครงการ 'ปันน้ำใจช่วยเหลือรถจอดเสียกลางทาง '
นายกฤตวิทย์ ศรีพสุธา เจ้าของโครงการ
'ปันน้ำใจช่วยเหลือรถจอดเสียกลางทาง'
กล่าวถึงที่มาโครงการนี้ ว่า
เห็นข่าวผู้หญิงรถเสียในเวลากลางคืนและเกิดปัญหาอาชญากรรมตามมา โดย
พวกมิจฉาชีพคอยทำร้ายชิง ทรัพย์
รวมไปถึงทำตัวเป็นพลเมืองดีในคราบโจรแล้วน่าเป็นห่วง นอกจากนี้จากการ
สำรวจดูยังพบว่า มีรถเก่าจอดเสียอยู่ข้างทางไกลบ้านและไม่มีใครดูแลจึงได้หารือกับ
พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล ผบก.จร. เพื่อหาทางแก้ไขให้ประชาชนมีที่พึ่ง เพราะเชื่อว่า
ในสังคมไทยยังมีคนดีอยู่อีกจำนวนมาก
บทสรุปที่ได้ คือ
ให้ตำรวจแต่ละท้องที่จัดหาอู่ซ่อมรถ จัดซื้อรถลากรถยกไว้ให้ บริการ โดยมีตำรวจ
โครงการพระราชดำริมาร่วมด้วยช่วยกัน
ปรากฏว่าเจ้าของอู่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยไม่คิดค่าแรงและบอกว่า ยินดีให้
ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพราะต้องการช่วยประชาชนอยู่แล้วแต่ไม่มีโอกาส
นายกฤตวิทย์ กล่าวว่า เพื่อสร้างความ เชื่อถือในการปฏิบัติหน้าที่ จึง กำหนดให้
เจ้าหน้าที่ที่ออกให้บริการต้องติดบัตรใส่ชุดฟอร์ม และไม่รับค่าตอบ แทน เพราะทุก
คนทำด้วยใจรัก 'บริษัทได้ทำประกันอุบัติเหตุให้เป็นค่า ตอบแทน 1 ปี ถึงขณะนี้ การ
ช่วยเหลือยังน้อยอยู่เดือนหนึ่งประมาณ 50-60 ราย เฉลี่ยวันละ 4-5 รายแต่ในช่วง
คืน ฝนตกจะมีคนเรียกใช้มากถึงวันละ 10 ราย'
ผู้ริเริ่มโครงการนี้กล่าวและยอมรับ ว่า โครงการ 'ปันน้ำใจช่วย เหลือรถจอดเสียกลาง
ทาง' ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย เนื่องจากประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนยังไม่ทราบว่ามีโครงการ
นี้ หากมีการประชาสัมพันธ์มากกว่าที่เป็นอยู่เชื่อว่าจะมีคนที่เดือดร้อนขอใช้ บริการ
มากกว่านี้ และน่าจะมีอู่ซ่อมรถยนต์มาร่วมช่วยเหลือมากขึ้น
'ถ้าผู้ใช้รถไม่ฟัง จส. 100 จะไม่ รู้ว่ามีโครงการนี้ อย่างไรก็ดียังมีประชาชนส่วน
หนึ่งยังไม่เชื่อใจว่าจะช่วยเหลือจริงหรือเปล่า หวังอะไรหรือไม่ ถ้าทำอย่างโปร่งใส
คนจะเชื่อใจและใช้บริการมากขึ้นเราก็พร้อมจะขยายขอบข่ายการช่วยเหลือออกไป
เพราะโครงการนี้ตั้งเป้าใช้งบไว้ 4 ล้านบาท แต่ทำจริงๆใช้เงินเพียง 1.69 ล้าน
บาทเท่านั้น '
นายกฤตวิทย์กล่าวและย้ำว่า คนที่ต้อง การความช่วยเหลือจากรถเสีย กดโทรศัพท์
แจ้งเรื่องได้ที่ 1137
โปรดทราบ: เพื่อมิให้เป็นปัญหาแก่เพื่อนๆ ที่ท่านส่งต่อ emails ไปให้ ในการส่ง โปรดส่งโดย
ใส่ addresses ของผู้รับลงใน bcc (blind carbon copy) และลบ email addresses ของผู้ที่ส่ง
มาถึงท่าน ออกไปให้หมด ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงมิให้พวกมิจฉาชีพ นำ addresses
เหล่านั้นไปใช้เป็นประโยชน์ หรือเป็นเมล์ขยะรบกวนผู้รับ - ขอขอบคุณในความร่วมมือ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น